ส่วนประกอบหลักๆของ tokamak ของโครงการ ITER ได้แก่

Image

1. Central solenoid /Transformers - ทำหน้าที่จ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับขดลวดสนามแม่เหล็ก

2,4. Magnetic field coils (poloidal, toroidal) – สนามแม่เหล็กไฟฟ้า แนว poloidal และ toroidal สำหรับใช้บีบอัดและควบคุมการกักเก็บพลาสมา

3. Blanket modules - ผลิตจากลิเทียม (lithium) เพื่อดูดซับความร้อน และ นิวตรอนพลังงานสูง จากปฏิกิริยาฟิวชัน

5. Cryostat (Cooling equipment) – ระบบระบายความร้อนสนามแม่เหล็กไฟฟ้า

6. Vacuum vessel – ช่องสุญญากาศรูปโดนัทสำหรับเก็บกักพลาสมา และเป็นพื้นที่เกิดปฎิกริยานิวเคลียร์ฟิวชัน ทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันความปลอดภัยขั้นแรก โดยอนุภาคของพลาสมาจะหมุนวนไปรอบ ๆ อย่างต่อเนื่องโดยไม่สัมผัสกับผนัง

7. Neutral beam injector (heating system) – ใช้ยิงลำแสงจากเครื่องเร่งอนุภาคเข้าไปในพลาสมาเพื่อเพิ่มความร้อนให้พลาสมาถึงอุณหภูมิวิกฤต (critical temperature)

8. Divertors – ช่วยขจัดของเสียจากปฏิกิริยาฟิวชัน เช่น helium products เป็นตัวควบคุมการสะสมของ fusion products ในเชื้อเพลิงและขจัดสิ่งสกปรกในพลาสมาที่เข้าไปใน Vacuum vessel

หลักการทำงาน ของ ITER Tokamak

1. เริ่มต้นกระบวนการโดยดูดอากาศและสิ่งสกปรกออกจากห้องสุญญากาศ (vacuum chamber)
Image
2. จากนั้นระบบแม่เหล็กไฟฟ้า (Magnetic field coils) ที่ใช้ในการบีบอัดและควบคุมพลาสมาเริ่มทำงาน
Image
และนำเชื้อเพลิง (ก๊าซไฮโดรเจนพลาสมา D-T) เข้าสู่ช่องสุญญากาศ (vacuum vessel) เมื่อปล่อยกระแสไฟฟ้าวิ่งผ่าน vacuum vessel ก๊าซจะแตกตัวด้วยไฟฟ้ากลายเป็นไอออนไนซ์ (อิเล็กตรอนหลุดออกจากนิวเคลียส) และกลายเป็นพลาสมา จากนั้นให้ความร้อนเสริมเพื่อให้อุณหภูมิของอนุภาคพลาสมาเพิ่มสูงขี้นถึงอุณหภูมิฟิวชัน (ระหว่าง 150 ถึง 300 ล้านองศาเซลเซียส (°C)) เมื่ออนุภาคพลาสมาเริ่มร้อนขึ้น ชนกัน และเอาชนะแรงผลักไฟฟ้าตามธรรมชาติได้ จึงหลอมรวมปล่อยพลังงานจำนวนมหาศาล ที่เรียกว่า ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิวชัน
Image

การทำงานของโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันขั้นต้น

  1. เครื่องปฏิกรณ์ฟิวชันให้ความร้อน เข้าบีบอัดเชื้อเพลิงดิวทีเรียมและทริเทียม เพื่อสร้างพลาสมาอุณหภูมิสูง บีบอัดพลาสมาเพื่อให้เกิดปฏิกริยาฟิวชัน กำลังไฟฟ้าในการเริ่มปฏิกิริยาฟิวชันอยู่ที่ประมาณ 70 เมกะวัตต์ (MW) สำหรับโครงการ ITER
  2. ส่วน Blankets ที่อยู่นอกห้องสุญญากาศจะได้รับความร้อนจากปฏิกิริยาและดูดกลืนนิวตรอนพลังงานสูงจากปฏิกิริยาฟิวชัน เพื่อผลิตเชื้อเพลิงทริเทียมเพิ่มเติม
  3. ความร้อนเกิดขึ้นที่ผนังภายในรอบแกนเครื่องปฏิกรณ์ จะถูกถ่ายเทโดย วงจรระบายความร้อน (water-cooling loop) ไปยังเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน (heat exchanger) เพื่อผลิตไอน้ำ
  4. ไอน้ำจะไปขับกังหัน (turbine) เพื่อผลิตไฟฟ้า
  5. ไอน้ำจะควบแน่นกลับเป็นน้ำ เพื่อดูดซับความร้อนจากเครื่องปฏิกรณ์ ผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนได้มากขึ้น
ในขั้นต้น โครงการ ITER จะเป็นเครื่องปฏิกรณ์ที่ทดสอบความเป็นไปได้ของพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชัน ก่อนจะพัฒนาเป็นโรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ฟิวชันต่อไปในอนาคต
© 2021 ส่วนงานพลังงานนิวเคลียร์และรังสี
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.)

กองประกันคุณภาพและพลังงานนิวเคลียร์
Email : NuclearNEWS@egat.co.th

นโยบายข้อมูลส่วนบุคคล